วธ.เมินคุมวัยรุ่นมั่วเซ็กส์ตามโรงแรมวันลอยกระทง ชี้เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ โยนต้องแก้ตั้งแต่พื้นฐานครอบครัว ด้าน สตช.ร่อนประกาศคุมเข้ม ป้องกันอันตรายคืนวันเพ็ญ ...
วันนี้ (27ต.ค.) นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เผยว่า ในวันลอยกระทงที่ 2 พ.ย. วธ.จะร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน กำหนดแนวทางในการร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนลอยกระทงเพื่อสืบสานประเพณีไทย ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน และมีนโยบายรณรงค์ให้ประชาชนร่วมใจกันปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามประเพณีที่ดีงาม โดยเฉพาะความกังวลของสังคมกับพฤติกรรมการเสียตัวของวัยรุ่นในวันลอยกระทง
ทั้งนี้ รมว.วธ. กล่าวต่อว่า ตามปกติแล้วจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยดูแล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตามมองว่านโยบายในการสอดส่องพฤติกรรมหรือการควบคุมโรงแรมต่างๆ เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะครอบครัวควรสอดส่องดูแลพฤติกรรมบุตรหลานให้ดี จะเป็นการแก้ปัญหาได้ดีกว่า
พ.ต.ต.หญิงฉันฉาย รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางสตช.ได้ออกประกาศสำนักงานตำแห่งชาติ เรื่อง การป้องกันภัยอันตรายในเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2552 พร้อมทั้งสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้สังกัดสตช. ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยประกาศดังกล่าวมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้ 1.ผู้ใช้เรือและผู้ควบคุมเรือ ต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด ห้ามดื่มสุรา ลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้ประชาชนที่ลอยกระทง
2.ผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนน ขับรถอย่าประมาท ไม่ดื่มสุราของมึนเมา ผู้เดินทางใช้สะพานลอย ทางข้าม 3.ประชาชนทั่วไป หลีกเลี่ยงการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ประทัดวัตถุอันตราย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ระมัดระวังมิจฉาชีพ ควรลอยกระทงยังสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลให้ความปลอดภัย ผู้ปกครองควรกำชับเด็กให้ระมัดระวังผู้ที่หลอกลวงไปในทางมิชอบและไม่ควรให้ เด็กประดับของมีค่าไปเที่ยวงานโดยลำพัง ควรลอยกระทงในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ไม่ควรเข้าไปลอยในสถานที่เปลี่ยว
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
'เปรม' ยันไฟไหม้แค่ห้องน้ำโรงแรม ฟุ้งลูกค้ามั่นใจเหมือนเดิม
หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรมแฟร์เท็กซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล ที่พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นโรงแรมของพ่อของหนุ่ม เปรม บุษราคัมวงษ์ พอนักข่าวเจอหนุ่ม เปรม ในงานเปิดตัวผับ Butter Butter ย่านรัชดา เลยสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น "ตอนนี้ทุกอย่างปลอดภัยแล้ว ก็เปิดให้บริการเหมือนเดิมทุกอย่าง มีแค่ส่วนที่เป็นห้องน้ำชายที่เสียหายเยอะที่สุด เสียหายมูลค่าประมาณ 3-4 ล้าน เป็นห้องที่มีสุขภัณฑ์ ล็อกเกอร์ ซาวน่า สตีมทั้งหมด แต่ไม่เกี่ยวกับที่พักเลยครับ ไฟเริ่มไหม้ตอน 2 ทุ่มครึ่ง ประมาณ 2 ทุ่ม 45 ก็เรียบร้อยแล้วทุกอย่าง ต้องขอบคุณทางพัทยาส่งคนมา 100-200 คนช่วยดับไฟครับ จริงๆเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยเรามีครับ เราถึงได้รู้เลยและป้องกันได้ไวครับ พนักงานของเราก็ช่วยอย่างเต็มที่ครับ ตอนเกิดเหตุผมอยู่ที่ซูเปอร์สตาร์ รู้ข่าวจากพี่สาวทางบีบีครับ ตอนแรกกะจะไปเหมือนกันแต่พี่บอกว่าไม่เป็นไรมาก"
เปรมมีหน้าที่บริหารอะไรในโรงแรม? "จริงๆตอนนี้เปรมจะมาดูที่อาร์ซีเอเยอะมากกว่า ถ้าไปที่พัทยามีอะไรให้ช่วยเราก็ทำหมดทุกอย่าง" จะเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้าและแขกที่เข้าพักยังไง? "เปรมเชื่อว่าความเชื่อมั่นของลูกค้ายังเหมือนเดิมเพราะวันนี้เปรมเพิ่งกลับจากพัทยาเอง ก็ไม่มีปัญหา ลูกค้ากลับมาเพิ่มด้วย คิดว่าลูกค้าเชื่อใจเราเพราะมันเป็นอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจรครับ คือมันเป็นหนึ่งในร้อยที่จะเกิดขึ้น ตอนนี้เราก็แค่พยายามรักษาความปลอดภัย ก็ส่งคนมาตรวจทุกสิ่งทุกอย่างอีกรอบนึงเพื่อให้ทุกอย่างทำงานได้อย่างดีครับ" ต้องดูแลรัดกุมมากขึ้นเป็นพิเศษ? "ปกติครับ แค่ส่งคนมาให้เช็กว่าทุกอย่างทำงานตามปกติมั้ย เราก็เป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคนอยู่แล้วครับ"
เปรมมีหน้าที่บริหารอะไรในโรงแรม? "จริงๆตอนนี้เปรมจะมาดูที่อาร์ซีเอเยอะมากกว่า ถ้าไปที่พัทยามีอะไรให้ช่วยเราก็ทำหมดทุกอย่าง" จะเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้าและแขกที่เข้าพักยังไง? "เปรมเชื่อว่าความเชื่อมั่นของลูกค้ายังเหมือนเดิมเพราะวันนี้เปรมเพิ่งกลับจากพัทยาเอง ก็ไม่มีปัญหา ลูกค้ากลับมาเพิ่มด้วย คิดว่าลูกค้าเชื่อใจเราเพราะมันเป็นอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจรครับ คือมันเป็นหนึ่งในร้อยที่จะเกิดขึ้น ตอนนี้เราก็แค่พยายามรักษาความปลอดภัย ก็ส่งคนมาตรวจทุกสิ่งทุกอย่างอีกรอบนึงเพื่อให้ทุกอย่างทำงานได้อย่างดีครับ" ต้องดูแลรัดกุมมากขึ้นเป็นพิเศษ? "ปกติครับ แค่ส่งคนมาให้เช็กว่าทุกอย่างทำงานตามปกติมั้ย เราก็เป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคนอยู่แล้วครับ"
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เฒ่าสวีเดนดิ่งโรงแรม พบป๋องเบียร์ คาดดื่มย้อมใจ
เฒ่าฝรั่งชาวสวีเดนโดดโรงแรมดังเมืองพัทยาสูง12ชั้น ดับสยอง พบป๋องเบียร์คาดดื่มย้อมใจก่อนดิ่ง ขณะที่ รปภ.เผยก่อนตายเห็นมีสีหน้าเครียด เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริง...
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ก.พ. 53 พ.ต.ท.วีระวุฒิ มีไล้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต ภายในโรงแรมรอยัล ทวินพาเลซ พัทยา เลขที่ 223 ถ.พัทยาสาย 2 พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพาณิชย์ รอง ผกก.สส. เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา
ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรม สูง 15 ชั้น ระดับ 3 ดาว จากการตรวจสอบบริเวณระเบียงปูนชั้นลอยชั้น 2 ของโรงแรมพบศพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นอนตะแครงข้างซ้ายเสียชีวิต สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก็อตสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาล สวมถุงเท้าสีขาว สภาพศพกะโหลกศีรษะแตก แขนขาหัก มันสมองกระจายไปทั่ว ตรวจสอบภายในตัวพบหนังสือเดินทางระบุชื่อ Mr.LARS RUTGER JOHANSSON อายุ 58 ปี สัญชาติสวีเดน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องพักหมายเลข 1223 ชั้น 12 พบเบียร์กระป๋อง ถูกดื่มทิ้งอยู่ในถังขยะ และพบเก้าอี้ไม้วางชิดขอบระเบียงของห้อง ซึ่งคาดว่าผู้ตายน่าจะไว้ใช้เหยียบกระโดดเพื่อฆ่าตัวตาย
จากการสอบสวน รปภ.ของโรงแรมดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเข้าพักตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เห็นผู้ตายเดินถือถุงใส่เบียร์เข้าโรงแรมที่พัก โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด และมาพบอีกทีพบว่าผู้ตายกระโดดฆ่าตัวตายดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. กล่าวว่า กรณีชาวต่างชาติเสียชีวิต เบื้องต้นจากการตรวจสอบภายในห้องผู้ตายไม่พบร่องรอยการรื้อค้น และทรัพย์สินผู้ตายยังอยู่ครบ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาเรื่องส่วนตัวอะไรบางอย่าง จึงได้ซื้อเบียร์มาดื่มเพื่อย้อมใจ ก่อนตัดสินใจกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ก.พ. 53 พ.ต.ท.วีระวุฒิ มีไล้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต ภายในโรงแรมรอยัล ทวินพาเลซ พัทยา เลขที่ 223 ถ.พัทยาสาย 2 พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพาณิชย์ รอง ผกก.สส. เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา
ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรม สูง 15 ชั้น ระดับ 3 ดาว จากการตรวจสอบบริเวณระเบียงปูนชั้นลอยชั้น 2 ของโรงแรมพบศพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นอนตะแครงข้างซ้ายเสียชีวิต สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก็อตสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาล สวมถุงเท้าสีขาว สภาพศพกะโหลกศีรษะแตก แขนขาหัก มันสมองกระจายไปทั่ว ตรวจสอบภายในตัวพบหนังสือเดินทางระบุชื่อ Mr.LARS RUTGER JOHANSSON อายุ 58 ปี สัญชาติสวีเดน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องพักหมายเลข 1223 ชั้น 12 พบเบียร์กระป๋อง ถูกดื่มทิ้งอยู่ในถังขยะ และพบเก้าอี้ไม้วางชิดขอบระเบียงของห้อง ซึ่งคาดว่าผู้ตายน่าจะไว้ใช้เหยียบกระโดดเพื่อฆ่าตัวตาย
จากการสอบสวน รปภ.ของโรงแรมดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเข้าพักตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เห็นผู้ตายเดินถือถุงใส่เบียร์เข้าโรงแรมที่พัก โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด และมาพบอีกทีพบว่าผู้ตายกระโดดฆ่าตัวตายดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผกก. กล่าวว่า กรณีชาวต่างชาติเสียชีวิต เบื้องต้นจากการตรวจสอบภายในห้องผู้ตายไม่พบร่องรอยการรื้อค้น และทรัพย์สินผู้ตายยังอยู่ครบ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาเรื่องส่วนตัวอะไรบางอย่าง จึงได้ซื้อเบียร์มาดื่มเพื่อย้อมใจ ก่อนตัดสินใจกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ก.วิทย์ฯทุ่ม5ล้าน งัดไอทีช่วยโรงแรม 1-3ดาว
ผนึกหลายเครือข่ายร่วมเดินเกมรุกฝ่าพิษเศรษฐกิจ ปลุกโรงแรม 1-3 ดาว ใช้เว็บไซต์ชูจุดเด่นเฉพาะทางของแต่ละโรงแรม เรียกนักท่องเที่ยวเข้าพัก หวังเกิดการจ้างงาน ...
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลกระทบให้ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยตกต่ำลง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก ระดับ1-3 ดาว ดังนั้น กระทรวงวิทย์ฯ จึงได้กำหนดแผนการช่วยเหลือด้วยการเร่งสร้างระบบการตลาดออนไลน์ให้กับโรงแรมดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เกิดความสนใจ และเข้าจองที่พัก อีกทั้งตั้งเป้าว่าจะเห็นผลภายใน 6 เดือน หรือช่วงปลายปี 2552 นี้
รมว.วิทย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ วางแผนจัดสรรงบประมาณจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อจัดโครงการอบรมด้านเว็บไซต์ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมจำนวน 300 แห่ง ทั่วประเทศที่ยังไม่มีเว็บไซต์ หรือมีแต่ยังไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถปรับแผนงานเพื่อรองรับเฉพาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา เคยจัดทำโครงการถ่ายทอดความรู้เรื่องการทำตลาดออนไลน์ หรืออีมาร์เก็ตติ้ง ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย
นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช.กล่าวว่า หน่วยงานที่ดูแลโครงการนี้โดยตรงคือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค และเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี หรือทีเอ็มซี โดยสมาคมโรงแรมไทยจะเป็นผู้คัดเลือก และรับสมัครผู้เข้าร่วม ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.TourismThailand.org
ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายการจัดทำโครงการ จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ กลุ่มที่ยังไม่มีเว็บไซต์จำนวน 100 ราย และกลุ่มที่มีเว็บไซต์แล้วจำนวน 200 ราย สำหรับกลุ่มแรกจะมีการจัดทำเว็บไซต์ จดโดเมนเนม พร้อมบริการโฮสติ้งสำหรับปีแรก โดยจัดอบรมการทำเว็บไซต์ 2 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำเว็บไซต์นำเข้าข้อมูลและรูปภาพของโรงแรมขึ้นบนเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง อีกทั้ง จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดรายละ 5,000 บาทในปีแรก ส่วนกลุ่มที่สองจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องกลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่การให้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์เว็บเดิมของผู้ประกอบการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน จากนั้นจะมีการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย หรือTHA กล่าวว่า ปัญหาประเทศไทยคือ ยังขาดคนไอทีที่มีความรู้เรื่องการตลาด ขณะเดียวกัน คนด้านการตลาดก็ขาดความรู้ด้านไอที ดังนั้น หากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จจะทำให้การจองที่พักด้วยระบบนี้ ได้รับความสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลกระทบให้ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยตกต่ำลง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก ระดับ1-3 ดาว ดังนั้น กระทรวงวิทย์ฯ จึงได้กำหนดแผนการช่วยเหลือด้วยการเร่งสร้างระบบการตลาดออนไลน์ให้กับโรงแรมดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เกิดความสนใจ และเข้าจองที่พัก อีกทั้งตั้งเป้าว่าจะเห็นผลภายใน 6 เดือน หรือช่วงปลายปี 2552 นี้
รมว.วิทย์ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ วางแผนจัดสรรงบประมาณจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อจัดโครงการอบรมด้านเว็บไซต์ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมจำนวน 300 แห่ง ทั่วประเทศที่ยังไม่มีเว็บไซต์ หรือมีแต่ยังไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถปรับแผนงานเพื่อรองรับเฉพาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา เคยจัดทำโครงการถ่ายทอดความรู้เรื่องการทำตลาดออนไลน์ หรืออีมาร์เก็ตติ้ง ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย
นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือ สวทช.กล่าวว่า หน่วยงานที่ดูแลโครงการนี้โดยตรงคือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค และเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี หรือทีเอ็มซี โดยสมาคมโรงแรมไทยจะเป็นผู้คัดเลือก และรับสมัครผู้เข้าร่วม ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.TourismThailand.org
ผอ.สวทช. กล่าวต่อว่า กลุ่มเป้าหมายการจัดทำโครงการ จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ กลุ่มที่ยังไม่มีเว็บไซต์จำนวน 100 ราย และกลุ่มที่มีเว็บไซต์แล้วจำนวน 200 ราย สำหรับกลุ่มแรกจะมีการจัดทำเว็บไซต์ จดโดเมนเนม พร้อมบริการโฮสติ้งสำหรับปีแรก โดยจัดอบรมการทำเว็บไซต์ 2 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำเว็บไซต์นำเข้าข้อมูลและรูปภาพของโรงแรมขึ้นบนเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง อีกทั้ง จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดรายละ 5,000 บาทในปีแรก ส่วนกลุ่มที่สองจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องกลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่การให้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์เว็บเดิมของผู้ประกอบการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน จากนั้นจะมีการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย หรือTHA กล่าวว่า ปัญหาประเทศไทยคือ ยังขาดคนไอทีที่มีความรู้เรื่องการตลาด ขณะเดียวกัน คนด้านการตลาดก็ขาดความรู้ด้านไอที ดังนั้น หากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จจะทำให้การจองที่พักด้วยระบบนี้ ได้รับความสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต
งานแสดงอาหารและโรงแรมปีที่ 4
กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 4 สำหรับทุกท่านที่อยู่ในวงการโรงแรม ภัตตาคาร จัดเลี้ยง คอฟฟีช็อป เบเกอรี่ ซุปเปอร์มาร์เกต และค้าปลีก ที่ไม่ควรพลาด งาน Thailand Retail, Food & Hospitality Services 2010 หรือ TRAFS 2010 งานแสดงนานาชาติอุปกรณ์ ของใช้ และวัตถุดิบอาหาร อาทิ อุปกรณ์ของใช้ในครัว (เตา เตาอบ เตาเบเกอรี่ ตู้แช่เย็น วัตถุดิบ และเครื่องปรุงอาหาร) ของใช้ในห้องอาหาร (จาน ชาม ช้อนส้อม แก้ว ของใช้บนโต๊ะอาหาร) เครื่องทำกาแฟและอุปกรณ์ เครื่องดื่มทุกชนิด อุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาด เครื่องซักผ้า อุปกรณ์ซักรีด ซอฟต์แวร์ เครื่องดื่ม และไวน์ ฯลฯ ที่ครบวงจร ดีและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค.นี้ ที่ไบเทค บางนา ไฮไลต์ของงานมีการจำลองห้องพักโรงแรมที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เครื่องครัวสำหรับห้องอาหาร และคอลเล็กชั่นจาน แก้ว ช้อนส้อมใหม่ โซนอาหารญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันทุกฟังก์ชันของคนโรงแรม ตั้งแต่เชฟ F&B แม่บ้าน ซักรีด ฯลฯ รวมถึง workshop และสัมมนามากมาย คลิกที่ www.thailandhoreca.com
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)